ธุรกิจไม่พัง แถมยังปังด้วย AI แบบไทย ๆ

Share on facebook
Share on twitter
Share on google
Share on email

ในช่วงสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 เราได้เห็นแล้วนะครับว่า หลาย ๆ ธุรกิจที่สามารถดำเนินธุรกิจได้ในช่วง lockdown ก็เพราะมีการปรับตัวในหลายด้าน รวมถึงการนำเทคโนโลยีรูปแบบต่าง ๆ  เข้ามาช่วยเสริมในการทำธุรกิจ ซึ่งผู้เขียนมองว่า เหตุการณ์ที่ผ่านมานี้ ก็เหมือนการส่งสัญญาณให้ผู้ประกอบการต้องหันกลับมามองในเรื่องการใช้เทคโนโลยี สิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนอยากให้ผู้ประกอบการได้ลองพิจารณาก็คือ เรื่องการนำเทคโนโลยี AI หรือ Artificial Intelligence มาประยุกต์ใช้ในธุรกิจที่ทำอยู่ เพราะในปัจจุบันได้มีผู้ผลิตเทคโนโลยีด้านนี้ขึ้นมาในราคาที่จับต้องได้ และยังทำงานได้ใกล้เคียงกับมนุษย์มากขึ้น

ในช่วงเดือนมิถุนายน 2563 ที่ผ่านมานี้ ทางบริษัทไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้มีการจัด Hackathon : Hack the Future: Business Rebound Edition ขึ้น โดยมีหัวข้อการ Hack ครั้งนี้ เพื่อช่วยผู้ประกอบการ SME พลิกฟื้นธุรกิจหลังวิกฤตโควิด-19  ซึ่งผู้ชนะทั้ง 4 รายจาก 14 ราย ใช้เทคโนโลยี AI มาช่วยผู้ประกอบการ SME ในหลาย ๆ แง่มุม  ไม่ว่าจะเป็นด้านบริการลูกค้า การลดต้นทุนเพิ่มผลผลิต และช่วยการทำงานในรูปแบบใหม่ ๆ ซึ่งผลลัพธ์สำคัญที่เรามองก็คือ ผู้ประกอบการสามารถลงทุนในเทคโนโลยีที่จับต้องได้และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีในการช่วยลดรายจ่ายหรือเพิ่มรายได้ให้กับธุรกิจ

หนึ่งในผู้ชนะอย่าง Bizcuit ที่ได้นำเอาเทคโนโลยี AI มาใช้ในธุรกิจ โดยเน้นความสำคัญที่การรักษาความพึงพอใจของลูกค้า ด้วยการใช้เทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยประเมินความพึงพอใจของลูกค้าที่มาใช้บริการ โดยไม่ต้องรอให้ลูกค้าโทรมาร้องเรียน จากสถิติของการสำรวจเรื่อง Customer Experience  พบว่า 96% ของลูกค้าที่ไม่พอใจมักไม่บ่น แต่ 91% ของจำนวนนั้นจะเลิกซื้อสินค้าและบริการ สิ่งที่เทคโนโลยี AI สามารถทำได้ดีก็คือ การวิเคราะห์จับอารมณ์หรือสีหน้าของลูกค้าที่มาใช้บริการในทันที ซึ่งระบบแบบนี้อาจเหมาะกับจริตของคนไทยก็ได้ เพราะคนไทยไม่นิยมการเผชิญหน้าหรือโวยวายโดยไม่จำเป็นจริง ๆ แต่สีหน้า ท่าทาง ลักษณะคำพูดสามารถบอกถึงความพึงพอใจของลูกค้าได้หลังจากที่ได้รับบริการ

bizcuit
Picture from www.bizcuitsolution.com/

โซลูชันจาก Alto Tech เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างในแง่ของการนำเทคโนโลยี AI มาใช้คือ การช่วยลดค่าใช้จ่ายในธุรกิจโรงแรม ด้วยเทคโนโลยี AI และ IoT (Internet of Things) อย่างที่เราทราบว่า ค่าใช้จ่ายในการใช้ไฟฟ้าของธุรกิจโรงแรม มีสัดส่วนถึง 30% ของต้นทุนการทำธุรกิจ โดยปกติลูกค้าที่มาใช้บริการโรงแรมจะใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าโดยเน้นความสบาย และไม่คำนึงถึงการประหยัดพลังงานมากนัก อาจเปิดไฟ เปิดแอร์ทิ้งไว้ ทั้ง  ๆ ที่ไม่ได้อยู่ในห้อง การใช้เทคโนโลยี AI และ IoT จะสามารถเช็คจากกล้องวงจรปิดได้ว่า เจ้าของห้องเดินออกจากห้องหรือกำลังกลับเข้าห้อง และจะตัดสินใจปิด-เปิดแอร์ หรือระบบไฟฟ้าแสงสว่าง การทำวิธีนี้จึงไม่รบกวนความเป็นส่วนตัวของแขก เพราะกล้องวงจรปิดที่ใช้อยู่ก็เพื่อรักษาความปลอดภัย แค่เพิ่มฟังก์ชันให้สามารถวิเคราะห์ได้ว่า นี่คือการเดินเข้าหรือออกจากห้องเท่านั้น นี่…ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราได้ยินเรื่องเทคโนโลยีการปิด-เปิดไฟอัตโนมัติ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในตัวอย่างนี้คือ การนำความสามารถของเทคโนโลยีมาสร้าง business model ใหม่ เป็นนวัตกรรมไทยให้กับผู้ประกอบการโรงแรมไม่ต้องเสียเงินลงทุนเทคโนโลยีในเบื้องต้น ใช้ก่อนจ่ายทีหลัง และทำได้กับโรงแรมทั่วไปและโรงแรมสร้างใหม่

Picture from altotech.net/index.html

อีกหนึ่งโซลูชันของผู้ชนะการแข่งขันคือ Vii Vision Intelligence ซึ่งนำ AI มาประมวลผลภาพจากกล้องวงจรปิดที่พัฒนาให้จดจำ ระบุลักษณะและสร้างโมเดลให้สามารถจับความสนใจ พฤติกรรม การปฏิสัมพันธ์กับพนักงานและสินค้า ซึ่งทำให้ SME สามารถเข้าถึง เข้าใจและตอบสนองลูกค้าได้ในทันที ด้วยจำนวนพนักงานที่จำกัด

Picture from news.microsoft.com/th-th/2020/09/22/risewinners-en/

นอกเหนือจากแง่มุมการพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ ให้กับ SME เพื่อตอบสนองโลกยุค New Normal ยังมีอีกหนึ่งผู้ชนะจากทีม Vulcan ที่ได้ตอกย้ำแง่มุมของการสร้างนวัตกรรมและใช้เทคโนโลยีให้เกิดคุณค่า ตอบสนองทุกคนบนโลกใบนี้ ด้วยการให้ผู้ด้อยโอกาสหรือผู้พิการเป็นผู้ร่วมสร้างชุดข้อมูล AI โดยอาศัยทักษะและประสาทสัมผัสเด่นของผู้พิการ สร้าง business model ใหม่ที่ทำให้ผู้พิการมีส่วนร่วมในรายได้ที่เกิดจาก AI ที่ร่วมพัฒนา  เป็นแนวคิดของการพัฒนาสังคมแบบยั่งยืน และเป็นตัวอย่างที่ดีในการสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างมีคุณค่า

สิ่งสุดท้ายที่ผู้เขียนอยากฝากไว้คือ ปัจจุบันนี้ เทคโนโลยี AI ไม่ไกลตัวอีกต่อไป สามารถเข้าถึงได้ง่ายและช่วยให้มนุษย์สามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และต้องยอมรับว่าเทคโนโลยีปัจจุบันนอกจากราคาไม่สูงแล้ว ยังช่วยลดต้นทุนธุรกิจ SME ได้อีกด้วย เทคโนโลยี AI ได้ถูกพัฒนากลายมาเป็นตัวช่วยธุรกิจ ให้เราสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า ลดต้นทุนและสร้างประสิทธิภาพในการทำงานเช่นในตัวอย่างที่กล่าวมา เพราะฉะนั้น สิ่งสำคัญคือ การค้นหาปัญหาที่ธุรกิจของคุณเผชิญอยู่ แล้วลองนำเทคโนโลยี AI ไปประยุกต์ใช้  หลาย  ๆ ครั้งเราก็พบว่า ปัญหาเหล่านี้ก็มีอีกหลาย ๆ คนประสบอยู่ และก็พบว่ามีคนทำโซลูชันเพื่อตอบโจทย์ พร้อมรอให้นำมาใช้อยู่แล้วครับ

Our Writer

วสุพล ธารกกาญจน์

Vasupon Thankakan

Evangelist ผู้รักการแสวงหาคำตอบใหม่ ๆ ของโลกเทคโนโลยีวันนี้และอนาคต มีแพสชันกับการหาโจทย์ธุรกิจและนำโลกของเทคโนโลยีมาผนวกเข้าด้วยกัน ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์ ดูแลกลุ่มธุรกิจ Microsoft Azure Cloud บริษัทไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด

Header designed by pch.vector / Freepik

Share on facebook
Share on twitter
Share on google
Share on email

ผู้สนับสนุน

ติดต่อเรา

© copyright, 2020 AI for ALL