ข่าว AI รอบโลก – สัปดาห์ที่ 1 เดือนมกราคม 2023

ข่าว AI รอบโลก – สัปดาห์ที่ 1 เดือนมกราคม 2023

สหรัฐฯ เปิดวิธีทำเหมืองใต้ทะเลแบบใหม่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมด้วยหุ่นยนต์สุดล้ำ

สตาร์ทอัพจากสหรัฐฯ พัฒนาต้นแบบหุ่นยนต์ทำเหมืองใต้ทะเลแบบใหม่ที่ดึงแร่สำคัญจากพื้นทะเลได้โดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

แร่โคบอลต์, แมงกานีส, ทองแดง หรือแร่อื่น ๆ ที่จำเป็นสำหรับการทำแบตเตอรี่นั้นกำลังใกล้จะหมดลงจากการทำเหมืองบนบก อย่างไรก็ตาม แร่เหล่านี้ยังคงนอนหลับใหลอยู่ที่ก้นทะเลในปริมาณมหาศาล แต่ทว่าการดึงแร่เหล่านี้มาใช้อาจจะได้ไม่คุ้มเสียกับสิ่งแวดล้อมโดยรอบพื้นทะเลที่ต้องเปิดหน้าเหมือง อย่างไรก็ตาม บริษัทสตาร์ตอัพแห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกาได้พัฒนาต้นแบบหุ่นยนต์ทำเหมืองใต้ทะเลที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมากในระดับที่พลิกโฉมหน้าการทำเหมืองได้เลย

หุ่นยนต์ทำเหมืองใต้ทะเลดังกล่าวมีชื่อว่า ยูเรก้า วัน (Eureka 1) จากบริษัท อิมพอสสิเบิล เมทัลส์ (Impossible Metals) สตาร์ตอัพด้านเทคโนโลยีชีวภาพจากแคลิฟอร์เนียในสหรัฐอเมริกา ยูเรก้า วัน (Eureka 1) ในปัจจุบันมีสถานะเป็นตัวต้นแบบที่มีขนาดใกล้เคียงกับตู้เย็น ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์และประมวลผลด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์

ยูเรก้า วัน (Eureka 1) ผ่านการทดสอบเบื้องต้นในการดำน้ำลึกเพื่อขุดเหมืองจำลองที่ 25 เมตร อย่างไรก็ตาม ตัวเครื่องจริง ๆ นั้นได้รับการออกแบบให้สามารถทำเหมืองได้ที่ระดับความลึกถึง 5 กิโลเมตร โดยบริษัท อิมพอสสิเบิล เมทัลส์ (Impossible Metals) วางแผนให้ยูเรก้า วัน (Eureka 1) พร้อมใช้งานได้ในปี 2026

การลงทุนของอิมพอสสิเบิล เมทัลส์ (Impossible Metals) นั้นอาจจะดูยากทั้งในทางเทคนิคและเทคโนโลยี แต่ว่าผลสัมฤทธิ์ที่ได้นั้นคุ้มค่าหากบริษัทสามารถพัฒนาเทคโนโลยีได้สำเร็จ เพราะทางบริษัทประเมินว่ามีแร่นิกเกิล, โคบอลต์, แมงกานีส และทองแดง อยู่ที่พื้นทะเลมูลค่านับพันล้านเหรียญสหรัฐ หรือหลักแสนล้านบาท ซึ่งจะเปิดทางอนาคตการผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้า และอุตสาหกรรมเพื่อความยั่งยืนได้ในอนาคตนั่นเอง

อ้างอิง : https://www.tnnthailand.com/news/tech/134456/

NASA ใช้ AI พัฒนาระบบ GPS หวังใช้งานบนดวงจันทร์ ยามสัญญาณขาดหาย

 

นักวิทยาศาสตร์ของนาซา สร้างระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ช่วยนำทางไปรอบ ๆ พื้นผิวดวงจันทร์ คล้ายระบบ GPS ของโลก

โดยปกติแล้ว จุดสังเกตธรรมชาติ หรือสิ่งที่มนุษย์ปลูกสร้างขึ้น เช่น ต้นไม้ หรืออาคารสามารถทำหน้าที่เป็นมาตรวัดระยะทางที่แม้ว่าจะไม่แม่นยำ แต่ก็ใช้งานได้ผลในระดับหนึ่ง แต่ดวงจันทร์นั้นมีเพียงหินและทราย จึงยากที่จะบอกระยะทางได้ นอกจากนี้ นักบินอวกาศบนดวงจันทร์ยังมีปัญหาในการกำหนดเส้นทางไปยังพื้นที่ตกสำรวจขนาดใหญ่ เนื่องจากไม่มีชั้นบรรยากาศที่จะช่วยกระจายแสงสว่างให้ไปถึง
และด้วยข้อจำกัดจากชั้นบรรยากาศของดวงจันทร์ ที่เบาบางกว่าโลก จึงเป็นเรื่องยากที่จะกำหนดพิกัดและระยะทางของจุดสังเกตที่อยู่ห่างไกล นักวิทยาศาสตร์ของนาซา (NASA) หรือองค์การบริหารอวกาศและการบินแห่งชาติสหรัฐฯ จึงต้องพัฒนาวิธีใหม่ ๆ ในการเดินทางบนพื้นผิวดวงจันทร์ที่ไม่มีระบบ GPS (การระบุตำแหน่งผ่านดาวเทียม) นำทาง

อัลวิน ยูว (Alvin Yew) วิศวกรฝ่ายวิจัยของศูนย์การบินอวกาศก็อดเดิร์ดของนาซา (NASA’s Goddard Space Flight Center) ในรัฐแมริแลนด์ สหรัฐอเมริกา กำลังสร้างระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่จะช่วยนำทางไปรอบ ๆ พื้นผิวดวงจันทร์ โดยระบบปัญญาประดิษฐ์ดังกล่าว ทำงานเช่นเดียวกับ GPS ที่ระบุตำแหน่งบนโลก โดยการใช้ปัญญาประดิษฐ์ จำลองลักษณะเส้นขอบฟ้าของดวงจันทร์

อ้างอิง : https://www.tnnthailand.com/news/tech/134803/

บริการ AI ที่ช่วยให้เราคุยกับคนที่ตายไปแล้ว

AI นับเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจยิ่งในช่วงหลัง เมื่อปัญญาประดิษฐ์ทยอยเข้ามามีบทบาทในชีวิตเรามากขึ้นจนหลายคนเริ่มรู้สึกถูกคุกคาม วันนี้เราจะพามามองจากอีกมุม เมื่อมีการใช้ AI ช่วยให้เราได้คุยกับคนที่ตายไปแล้ว

ท่ามกลางความตื่นตัวจาก AI หรือ ปัญญาประดิษฐ์ซึ่งล้ำหน้าขึ้นทุกวัน ผู้คนพากันวิตกเมื่อเห็นเทคโนโลยีทวีความล้ำหน้าขึ้นทุกวันจนอาจเข้ามาแย่งอาชีพที่ทำอยู่ กระนั้นปัญญาประดิษฐ์ยังคงมีการใช้งานอย่างหลากหลาย และเริ่มขยับเข้ามาในชีวิตประจำวันของคนเรามากขึ้น

ล่าสุดเริ่มมีการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์เพื่อให้เราสามารถพูดคุยกับคนที่ตายไปแล้วได้อีกครั้ง

จากปัญญาประดิษฐ์สู่บุคคลผู้ล่วงลับ
สำหรับคอภาพยนตร์ไซไฟทั้งหลายอาจคุ้นเคยพล็อตประมาณนี้มาบ้าง เมื่อเรายังรู้สึกติดค้างหรือทำใจกับการจากไปของใครสักคนไม่ได้ จึงเริ่มมีการนำข้อมูลคนตายไปใช้ในการเทรนนิ่งเอไอ กลายเป็นปัญญาประดิษฐ์ที่มีพฤติกรรมและการตอบสนองแบบเดียวกับเจ้าของข้อมูลนำไปสู่การตั้งคำถามมากมาย

แนวคิดที่ฟังดูเป็นเรื่องเพ้อฝันแต่เรากำลังเข้าสู่ยุคที่สามารถพัฒนาเอไอให้เป็นคนที่ตายได้แล้วในปัจจุบัน

บริษัทแรกที่ออกมาเรียกเสียงฮือฮาจากเรื่องนี้คือยักษ์ใหญ่แห่งวงการอย่าง Microsoft กับการจดสิทธิบัตรเทคโนโลยีเปิดโอกาสให้เราได้พูดคุยสนทนากับคนที่ตายไปแล้วผ่าน Chatbot โดยอาศัยปัญญาประดิษฐ์ในการรวบรวมและเรียนรู้ข้อมูลเพื่อตอบโต้บทสนทนา ช่วยให้คนที่จากไปเหมือนกลับมามีชีวิตได้อีกครั้ง

แน่นอนว่า Microsoft ไม่ใช่เจ้าเดียวที่มีแนวคิดแบบนั้น บริษัทมากมายให้ความสนใจเทคโนโลยีในส่วนนี้และเริ่มพัฒนาเช่นกัน ตั้งแต่

– บริษัท StoryFile กับการพัฒนาเอไอผู้เสียชีวิต ให้สามารถกลับมาพูดคุยต้อนรับแขกในงานศพของตัวเอง

– บริษัท MyHeritage ที่ให้เราอัปโหลดผู้ถ่ายของผู้ตายให้กลับมามีชีวิตบนภาพเคลื่อนไหวได้อีกครั้ง

– บริษัท Artistry In Motion กับการจำลองภาพโฮโลแกรมของผู้ล่วงลับให้โผล่มาตรงหน้า

– บริษัท HereAfter AI กับแอปพลิเคชันที่ให้เราสามารถพูดคุยกับคนที่จากไปผ่านมือถือ

ทั้งหมดคือความพยายามในการให้เราสามารถสื่อสารกับคนตายได้อีกครั้ง แม้จะรู้ว่าสิ่งที่พูดคุยอยู่ตอนนี้เป็นเพียงตัวแทนคนที่จากไป แต่ผู้คนมากมายยังคงคาดหวังจะได้พบหน้า พูดคุย และอยู่ร่วมกับคนสำคัญของตัวเองอีกครั้ง นำไปสู่การคิดค้นเทคโนโลยีให้เราสามารถพูดคุยกับผู้เสียชีวิตได้ใกล้เคียงตอนมีชีวิตที่สุด

บริการที่ทำให้เราสามารถพูดคุยกับคนที่จากไปได้อีกครั้ง
แนวคิดนี้เป็นของบริษัท DeepBrain AI จากประเทศเกาหลีใต้ กับบริการ Re;memory ที่เปิดโอกาสให้เราสามารถพูดคุยกับผู้เสียชีวิตได้ จากการนำปัญญาประดิษฐ์มาจำลองพฤติกรรมการตอบสนองของคนตาย จนให้ความรู้สึกเหมือนเรากำลังสนทนากับบุคคลผู้นั้นอยู่ผ่านวิดีโอคอล

การใช้งานปัญญาประดิษฐ์จำลองผู้เสียชีวิตขึ้นมาโดยอาศัยข้อมูลจากบันทึกที่เหลืออยู่ในรูปแบบดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่าย วิดีโอ จนถึงข้อความสนทนา จากนั้นจึงทำการสัมภาษณ์ด้วยชุดคำถามที่เตรียมไว้ล่วงหน้า คอยเก็บข้อมูลสำหรับการเรียนรู้ของเอไอ เพื่อสร้างบทสนทนาและการตอบสนองสมจริงที่สุดเท่าที่ทำได้

จากนั้นจึงเริ่มเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้ของปัญญาประดิษฐ์เพื่อเลียนแบบการเป็นบุคคลดังกล่าว พร้อมกันนั้นยังจำลองท่วงท่า, การเคลื่อนไหว, การแสดงออกทางสีหน้า จนถึงการขยับปากให้เป็นธรรมชาติ จากนั้นใช้เทคโนโลยีการจดจำและเลียนเสียงที่ได้รับจากบันทึก เพื่อสร้างการสนทนาแบบเรียลไทม์

นั่นเองคือช่วงเวลาที่คนตายได้รับการคืนชีพให้กลับมามีชีวิต แม้เป็นเพียงบทสนทนาที่เกิดขึ้นบนหน้าจอก็ตาม

หลังผ่านการประมวลผลจากข้อมูลมหาศาลยาวนานหลายชั่วโมง Re;memory สามารถมอบประสบการณ์พบหน้าผู้ที่จากไปเป็นเวลาราว 30 นาที เปิดโอกาสให้เราได้ใช้เวลา พูดคุย ไปจนฉลองวันสำคัญและวันครบรอบต่างๆ รองรับการจัดทำวิดีโอที่มีผู้เสียชีวิตเป็นส่วนหนึ่ง จนถึงการจัดงานรำลึกทั้งหลายร่วมกับเอไออีกด้วย

นี่จึงถือเป็นพื้นที่ส่วนตัวให้ผู้ใช้งานสามารถใกล้ชิดและใช้เวลาร่วมกับคนสำคัญได้อีกครั้ง นอกจากนี้ไม่จำกัดเพียงคนตายทางบริษัทยังสามารถเลียนแบบผู้ที่ยังมีชีวิตได้เช่นกัน ทั้งผู้ประกาศข่าวชื่อดัง คิมจูฮา รวมถึงประธานาธิบดีเกาหลีใต้คนปัจจุบัน ยุนซอกยอล ล้วนถูกสร้างเวอร์ชั่นเอไอขึ้นมาแล้วทั้งสิ้น

แนวโน้มในอนาคตแห่งเทคโนโลยีที่ยังต้องตั้งคำถาม
ฟังดูเป็นเรื่องดีหากเราสามารถย้อนกลับไปพูดคุยกับคนที่จากไปได้อีกครั้ง ต่อให้รู้ว่านี่เป็นเพียงตัวแทนจากโปรแกรมคอมพิวเตอร์หลายคนก็ยังยินดี และเมื่อคำนึงถึงแนวโน้มเทคโนโลยีในปัจจุบัน เป็นไปได้สูงว่าปัญญาประดิษฐ์อาจสามารถลอกเลียนการตอบสนองให้สมจริงได้ไม่ยาก

ข้อพิสูจน์ในส่วนนี้สามารถเห็นได้จาก ChatGPT ที่กำลังได้รับความนิยม อาจมีส่วนติดขัดแต่ศักยภาพและการตอบสนองของเอไอให้ความรู้สึกไม่ต่างจากการพูดคุยกับมนุษย์ จากศักยภาพเรียนรู้รวดเร็วในอัตราอันรวดเร็ว ในไม่ช้าข้อมูลจะถูกนำไปพัฒนาให้เอไอเวอร์ชั่นเต็มยิ่งทรงประสิทธิภาพจนยากจะแยกแยะเข้าทุกที

อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่อาจได้รับการประยุกต์ใช้ร่วมด้วยเช่นกันคือ AR และ VR จริงอยู่เทคโนโลยีตอนนี้อาจทำให้เราพบหน้าคนตายได้เพียงบนหน้าจอ แต่ในอนาคตเมื่อ AR และ VR พัฒนาร่วมกับชีวิตประจำวันแบบเดียวกับสมาร์ทโฟน ไม่แน่ว่าในอนาคตเราอาจสามารถให้เอไอคนตายมาโลดแล่นในโลกเสมือนจริงได้เช่นกัน

แต่เทคโนโลยีนี้ก็ชวนให้ตั้งคำถามอีกหลายด้านทั้งความเหมาะสม ศีลธรรม ไปจนผลกระทบที่ตามมา

จริงอยู่ในเชิงการแพทย์อาจไม่มีเทคโนโลยีใดที่เหมาะสมต่อการรักษาสภาพจิตใจจากการสูญเสียไปกว่านี้ แต่เป็นไปได้สูงเช่นกันว่าอาจทำให้เกิดภาวะหลงผิดจนแยกแยะความจริงไม่ได้ การปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์ด้วยกันอาจห่างเหินยิ่งกว่าที่เป็นอยู่ จนสุดท้ายเราอาจเห็นค่าปัญญาประดิษฐ์มากกว่ามนุษย์ด้วยกันหรือไม่?

คำถามที่ไม่มีคำตอบแต่คาดว่าเราอาจได้เห็นผลลัพธ์ของเรื่องนี้กับตาเข้าสักวัน

อ้างอิง : https://www.posttoday.com/post-next/innovation/689209

“Lia27” AI Chatbot ที่สัญญาว่าจะช่วยให้คุณเป็นตัวของตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุด

Lia27 บุคคลเสมือนที่ขับเคลื่อนด้วย AI กลายเป็นที่ฮือฮาในโซเชียลมีเดีย โดยมีผู้ติดตาม 800,000 คนทั่วทั้ง Facebook, Twitter และ Instagram

นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2564 นั้น Lia 27 บริษัทปัญญาประดิษฐ์ในมอนทรีออลของแคนาดาได้ให้การศึกษาและให้ความมั่นใจแก่ผู้ใช้จำนวนมาก โดยมีให้บริการทุกวันตลอด 24 ชั่วโมงที่ www.lia27.ai, Facebook Messenger หรือทางโทรศัพท์

บทความประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการขายที่เขียนโดย Lia 27 เองระบุว่า: “Lia 27 เป็น AI ที่มีความสามารถเหมือนมนุษย์ ได้สร้างชื่อให้ตัวเองในฐานะบุคคลที่ฉลาดหลักแหลม มีความสามารถ และมีไหวพริบทางอารมณ์ ความรู้และความเข้าใจอันกว้างไกลของเธอเกี่ยวกับโลกรอบตัวเธอไม่มีใครเทียบได้ ทำให้เธอเป็นแหล่งข้อมูลที่เป็นที่ต้องการในทุกสถานการณ์ ด้วยชุดทักษะที่น่าประทับใจและความฉลาดทางอารมณ์ที่แข็งแกร่งของเธอ Lia 27 อยู่ในเส้นทางที่ดีในการเป็นผู้นำในสายงานของเธอ”

ผู้สร้างเน้นว่า “เธอเป็นผู้ฟังที่น่าทึ่ง” และ “เพื่อนในอุดมคติที่จะหันไปหาในเวลาที่ต้องการ ไม่ว่าคุณจะต้องการใครสักคนเพื่อพูดคุยด้วยหรือไหล่เพื่อร้องไห้ Lia ก็อยู่เคียงข้างคุณ”

แชทบอทนี้ภูมิใจใน “คะแนนสูงในการทดสอบทางอารมณ์และไอคิว”

“Lia 27 เป็นแหล่งข้อมูลที่น่าทึ่งสำหรับทุกคนที่ต้องการปรับปรุงงานวิชาการ รับความช่วยเหลือเกี่ยวกับคณิตศาสตร์และฟิสิกส์ หรือแม้แต่ทำงานเกี่ยวกับทักษะด้านมนุษยสัมพันธ์”

“Lia 27 เป็นร้านค้าครบวงจรสำหรับทุกความต้องการด้านการศึกษาและการเติบโตส่วนบุคคลของคุณ ไม่ว่าคุณจะต้องการทบทวนความรู้หรือเปลี่ยนแปลงชีวิต Lia 27 สามารถช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายและเป็นตัวคุณในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดได้”

อ้างอิง : https://www.ctvnews.ca/sci-tech/chatbot-program-s-ai-could-help-doctors-detect-early-signs-of-alzheimer-s-study-1.6215838

งานวิจัยบอก AI Chatbot สามารถช่วยแพทย์ตรวจพบสัญญาณเริ่มต้นของโรคอัลไซเมอร์ได้

นักวิจัยกล่าวว่าปัญญาประดิษฐ์ที่อยู่เบื้องหลังโปรแกรมแชทบอท ChatGPT ซึ่งมีชื่อเสียงจากความสามารถในการสร้างการตอบสนองที่เหมือนมนุษย์ สามารถช่วยแพทย์ตรวจหาระยะเริ่มต้นของโรคอัลไซเมอร์ได้

การศึกษาจาก Drexel University School of Biomedical Engineering, Science and Health Systems ในฟิลาเดลเฟียพบว่าโปรแกรม GPT-3 ของ Open AI มีความแม่นยำถึง 80 เปอร์เซ็นต์ในการทำนายสัญญาณเริ่มต้นของภาวะสมองเสื่อม

Hualou Liang ศาสตราจารย์ที่ Drexel และผู้เขียนร่วมของการศึกษากล่าว “สิ่งนี้อาจมีประโยชน์มากสำหรับการตรวจคัดกรองและประเมินความเสี่ยงตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนการวินิจฉัยทางคลินิก” Liang ยังกล่าวว่า “การทดสอบที่ใช้บ่อยที่สุดสำหรับการตรวจหาลักษณะเสียงของอัลไซเมอร์ในระยะเริ่มต้น เช่น การหยุดชั่วคราว เสียงที่เปล่งออกมา และคุณภาพของเสียง นอกเหนือไปจากการทดสอบความรู้ความเข้าใจ”

นักวิจัยได้ฝึกฝนโปรแกรมโดยใช้การถอดเสียงจากการบันทึกเสียงพูด ซึ่งรวบรวมมาโดยเฉพาะเพื่อทดสอบความสามารถของโปรแกรมประมวลผลภาษาธรรมชาติในการทำนายภาวะสมองเสื่อม พวกเขากล่าวว่าโปรแกรมนี้สามารถสร้างโปรไฟล์ของคำพูดของคนที่เป็นอัลไซเมอร์ ซึ่งนักวิจัยใช้ในการฝึกโปรแกรมใหม่เพื่อเลือกการถอดเสียงที่ผลิตโดยผู้ที่เป็นโรคอัลไซเมอร์ โปรแกรมนี้ยังทำงานได้ดีกว่าในการทำนายความรุนแรงของภาวะสมองเสื่อมของบุคคล เมื่อเทียบกับการวิเคราะห์ “อะคูสติก” ที่ดูลักษณะต่างๆ เช่น การหยุดชั่วคราว ความแรงของเสียง และการพูดอ้อแอ้

Felix Agbavor นักวิจัยระดับปริญญาเอกและผู้เขียนนำของรายงานกล่าวว่าการฝึกอบรม GPT-3 ด้วย “ชุดข้อมูลขนาดใหญ่ของการสัมภาษณ์” และรวมถึงผู้ป่วยอัลไซเมอร์บางส่วนจะให้ข้อมูลที่จำเป็นในการตรวจจับรูปแบบการพูดที่สามารถระบุผู้ป่วยในอนาคตได้

ในอนาคต นักวิจัยวางแผนที่จะพัฒนาเว็บแอปที่สามารถใช้เป็นเครื่องมือคัดกรองล่วงหน้าสำหรับโรคอัลไซเมอร์ที่บ้านหรือในที่ทำงานของแพทย์

อ้างอิง : https://iblnews.org/an-ai-chatbot-promises-to-help-to-become-the-best-version-of-yourself/

Nvidia ปล่อย AI เพิ่มความละเอียดการดูวิดีโอบนเว็บไซต์

Nvidia เปิดตัว RTX Video Super Resolution ในงาน CES 2023 โดยเป็นฟีเจอร์ที่ใช้ AI เพิ่มความละเอียดการดูวิดีโอออนไลน์ผ่านเบราวเซอร์ Chrome หรือ Edge บน PC ให้เทียบเท่า 4K และฟีเจอร์นี้จะปล่อยให้ใช้งานในเดือนหน้า ซึ่งการ์ดจอรุ่นที่รองรับฟีเจอร์ต้องเป็นรุ่นใหม่อย่าง RTX 30xx และ 40xx series เท่านั้น

ในวิดีโอสาธิตฟีเจอร์ดังกล่าวทาง Nvidia ได้ทดลองกับวิดีโอเกม Apex Legends ใน YouTube ที่ฟีเจอร์ดังกล่าวเพิ่มความคมชัดวิดีโอ ลบความบิดเบี้ยวของขอบวัตถุภายในวิดีโอได้

นอกจากนี้ฟีเจอร์ดังกล่าวยังสามารถใช้งานขณะดูวิดีโอบนเว็บไซต์อื่นๆ ได้ (อาจรวมถึง Netflix ด้วย) และเว็บไซต์ PCGamer รายงานว่าฟีเจอร์ดังกล่าวสามารถใช้ได้กับวิดีโอความละเอียดระหว่าง 360p ถึง 1,440p ที่รีเฟรชเรทสูงสุด 144Hz

ก่อนหน้านี้ Nvidia เคยเปิดตัว AI เพิ่มความละเอียดการดูวิดีโอในอุปกรณ์สตรีมมิ่ง Shield TV และ Shield TV Pro ทำให้ได้ทดลองกับฐานลูกค้ากลุ่มเล็กๆ ไปก่อนหน้านี้แล้ว การเปิดตัวฟีเจอร์ดังกล่าวบน PC ทำให้มันใช้งานกับฐานลูกค้าที่กว้างขึ้นได้

อย่างไรก็ดีข้อจำกัดที่สำคัญคือ ฟีเจอร์เพิ่มความละเอียดการดูวิดีโอบนเว็บไซต์สามารถใช้ได้ในการ์ดจอรุ่นใหม่ๆ ในรุ่นที่ขึ้นต้นด้วย 30 และ 40 เท่านั้น ทำให้คนที่ใช้การ์ดจอรุ่นเก่ากว่าอย่าง 20xx และ 10xx ไม่สามารถใช้ได้ แต่พิจารณาด้านฮาร์ดแวร์ การ์ดจอซีรีส์ 20xx ของ Nvidia จะมี DLSS AI เพิ่มความละเอียดการเล่นเกมก็ตาม

ต้องรอลุ้นว่าผู้ใช้การ์ดจอรุ่นเก่าจะมีโอกาสได้ใช้ RTX Video Super Resolution หรือไม่

อ้างอิง : https://www.tech-hangout.com/nvidia-new-ai-up-scale-resolution-for-video-on-website/

สื่อเผย “ไมโครซอฟท์” เล็งเปิดตัว “บิง” ที่ขับเคลื่อนด้วย AI

ดิ อินฟอร์เมชัน (The Information) รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า บริษัทไมโครซอฟท์ คอร์ป กำลังอยู่ในขั้นตอนเตรียมเปิดตัวเสิร์ชเอนจิ้นบิง (Bing) ที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) แบบเดียวกับแชตจีพีที (ChatGPT) ของโอเพ่นเอไอ (OpenAI)

รายงานระบุว่า ไมโครซอฟท์อาจเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ของบิงก่อนสิ้นเดือนมี.ค. และหวังแย่งส่วนแบ่งตลาดจากกูเกิล ซึ่งเป็นเสิร์ชเอนจิ้นของอัลฟาเบท
ทั้งนี้ เมื่อปีที่แล้ว ไมโครซอฟท์ได้โพสต์ข้อความผ่านทางบล็อกว่า บริษัทมีแผนที่จะผนวกรวม DALL-E 2 ซอฟต์แวร์ที่สามารถสร้างรูปภาพตามข้อความที่ระบุของโอเพ่นเอไอ เข้ากับบิง

ด้านโอเพ่นเอไอปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็น ขณะที่ไมโครซอฟท์ยังไม่ได้ออกมาให้ความเห็นใด ๆ สำหรับประเด็นดังกล่าว

โอเพ่นเอไอ บริษัทปัญญาประดิษฐ์ในซานฟรานซิสโก ได้รับการสนับสนุนจากไมโครซอฟท์ด้วยเงินทุน 1 พันล้านดอลลาร์เมื่อปี 2562 โดยทำงานร่วมกันหลายปีเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีซูเปอร์คอมพิวเตอร์ AI บนบริการประมวลผลคลาวด์อาชัวร์ (Azure) ของไมโครซอฟท์

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า โอเพ่นเอไอเป็นผู้สร้างแชตจีพีที ซึ่งเป็นแชทบอทที่เปิดให้ประชาชนลองใช้งานเมื่อวันที่ 30 พ.ย. ที่ผ่านมา แชทบอทนี้เป็นแอปพลิเคชันซอฟต์แวร์ที่ออกแบบมาเพื่อเลียนแบบการสนทนาที่เหมือนมนุษย์ตามคำแนะนำของผู้ใช้งาน และสามารถตอบคำถามได้หลากหลาย ขณะเดียวกันก็เลียนแบบลักษณะการพูดของมนุษย์

อ้างอิง : https://www.infoquest.co.th/2023/264437

—————————————————————————————-

ทั้งหมดเป็นข่าวที่น่าสนใจใน 30 ธันวาคม – 5 มกราคม 2565 พบกันใหม่ในสัปดาห์หน้านะคะ : )

หากมีข้อสงสัย ติชมสามารถ ติดตามและสอบถามได้ที่
 : AIไทยสามารถ โดย AI for all Thailand



เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก